บทความ

Birdy Gen 3 - ขาตั้ง Minoura SLMV-1

รูปภาพ
รถ Birdy Gen-3 เป็นรถจักรยานที่มาแบบไม่มีขาตั้ง อาจเป้นเพราะรถรุ่นี้มีลักษณะการพับแบบตวัดหางตั้งได้ ดังนั้นขาตั้งแบบ kick-stand จึงมีความจำเป็นลดลงไป แต่บางทีก็ไม่สะดวกเหมือนกันเพราะการม้วนหางของ Birdy นั้นจะต้องม่การปลดล๊อกก่อน เพื่อความสะดวกจึงต้องใช้ขาตั้งแบบ Kick-stand ซึ่งไม่สามารถเอาไปติดตั้งมั่วๆ ตามร้านเองได้ เนื่องจากล้อรถรุ่นนี้เป็นล้อขนาด 18 นิ้ว จึงต้องหาขาตั้งที่มีขนาดที่เหมาสมกับความสูงของล้อ ขาตั้ง Minoura SLMV-1 เป็นขาตั้งที่สามารถใช้ได้กับ Birdy G3 ได้อย่าลงตัวเนื่องจากตัวรถเองมีการทำรูสำหรับล๊อกเดือยของขาตั้งใว้อย่างพอดี ซึ่งจริงๆแล้ว  ขาตั้งรุ่นนี้สามารถใช้กับรถจักรยานของ Brompton ได้ด้วย และ สามารถปรับความสูงของขาตั้งได้อีกนิดหน่อยโดยการขันเกลียวตัวหนอนบนขาตั้ง นอกจากขาตั้งอข Minoura SLMV-1 แล้ว เรายังสามารถใช้ขาตั้งของ COLOR+ ได้ แต่ราคาค่นข้างสูงราวๆ สองพันกว่าบาท ซึ่งขาตั้ง Minoura SLMV-1 อันนี้ผมซื้อมาจากเพื่อนสมาชิกแฟนเพจท่านหนึ่งในราคา 1400บ. แต่จริงๆ ก็สามารถหาซื้อได้จากอินเตร์เน็ตทั่วไปได้เช่นกัน อาทิ eBay หรือ Amazon ขาตั้ง Minoura SLMV-1 ขาตั้ง Minoura SLM

Birdy Gen 3

รูปภาพ
รถจักรยาน Birdy Gen 3 ของผมคันนี้ ผมซื้อมาได้ 1 ปี พอดิบพอดี ก็เพิ่งจะมีโอกาสมาทำรีวิวสั้นๆ สาเหตุที่ไม่ทำรีวิวในทันทีก็เพราะผมยังไม่รู้จักรถคันนี้ดีพอ แต่พอขี่ได้ 1 ปี ก็พอจะรู้นิสัยของมัน ก็ไม่ผิดหวังกับราคา 47,500บ. สำกหรับจักรยานดีๆ หนึ่งคัน ที่ได้ไปซื้อมาแบบงงๆ  จักรยานคันนี้ผมซื้อมาจากร้าน Interbike ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายจักรยานคันนี้ ทีแรกผมก็ตั้งใจจะไปดูสินค้าเล่นๆ เท่านั้นแหละ ไม่คิดว่าจะต้องซื้ออะไร เพราะอยากเห็นตัวจริงของรถคันนี้เพราะดูดีไซน์มันแปลกๆ ดี แต่พอไปถึงที่ร้านแล้ว เขาบริการได้ดีเกินคาดครับ เพราะมีที่สำหรับให้ทดลองขี่ด้วย ซึ่งไม่เหมือนกับร้านขายจักรยานหลายๆ ที่ ที่ไม่มีทั้งรถ และ สถานที่ให้ลองขี่ หลังจากที่ได้ลองขี่ก็รู้สึกว่าอืมม์ ชอบนะ เพราะน้ำหนักที่เบา ฝีมือการประกอบรถที่เรียบร้อย สะอาดตา และแลดูมีราคา ลักษณะของรถ รถคันนี้จะมีลักษณะของเฟรมที่เป้นอลูมิเนียมขึ้นรูป มาอย่างดี สวยงาม มาพร้อมกับล้อขนาด 18 นิ้วของ Alex Rim  พร้อมทั้งเกียร์ 9 สปีด ซึ่งเป็นของ Shimano Sora ระบบห้าล้อแบบ Disc Brake ทั้งหน้าและหลัง มีโช๊คอัพรับแรงกระแทกหน้า-หลัง รถคันนี้เมื่อพับแล้วก็ไม่เ

Cannello Mini Velo - รถราคาถูกๆ นอกสายตา

รูปภาพ
เมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมาผมได้ซื้อรถจักรยาน Cannello Mini Velo ซึ่งเป็นเสือหมอบมินิให้ลูกชายโดยที่ผมไม่ได้ศึกษาหาข้อมูลอะไรมากมาย ซื้อเพราะอยากให้เป็นของขวัญกับลูกชายก็เลยให้แกไปเลือกดูด้วยตัวเอง ซึงสายตาแกก็ไปปิ๊งโดนรถคันนี้เข้า ซึ่งผมก็ซื้อจากร้านขายจักรยานในเชียงรายมาในราคา 8500 บาท ตอนซื้อมาก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกเพราะเห็นว่าลูกอยากได้ แต่พอมาทดลองขี่ดูแล้วผมรู้สึกว่า อืมม์...คุณภาพ และประสิทธิภาพของมันเหมาะสมกับราคาแล้ว หลังจากนั้นไม่นานผมก็เริ่มหาข้อมูลสำหรับรถคนนี้ซึ่งมีข้อมูลจากผู้ใช้บนอินเตอร์เน็ตน้อยมาก เท่าที่หาได้จะมาจากร้านขายจักรยานใน กทม. และ ข้อมูลบางส่วนจากเว็ปของ Pantip มากกว่า แต่ก็เป็นข้อมูลแบบฉาบฉวยมากๆ ข้อมูลนี้ได้มากจากเว็ปของ ร้านฮะฮงจักรยาน เท่าที่ผมได้อ่านจากเว็ป Pantip ทราบมาว่า Cannello เป็นจักรยานแบรนด์ไทย แต่เท่าที่ดูๆ แล้วอาจจะเป็นการจ้างผลิตในจีนเสียมากกว่าเพราะ รถจักรยานที่มีรูปทรง และลวดลายแบบนี้ผมเห็นมาอีกยี่ห้อหนึ่งคือ CARRERA  ซึ่งทางฮะฮงเป็นผู้จำหน่ายเช่นกัน และยังมี Spec เดียวกันเลย เนื่องจากเป็นรถระดับราคาถูกๆ เหมาะสำหรับเด็กๆ Spec ก็เลยไ

มาทำความรู้จัก Birdy Gen 3 จาก Spec กัน

รูปภาพ
BIRDY รถดีจากเยอรมันที่คนไม่ค่อยจะรู้จัก ในเมืองไทยก็จะมีกลุ่มที่เล่นรถยี่ห้อนี้เพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น จักรยาน Birdy มีมาแล้ว 3 รุ่นหลัก และแต่ละรุ่นก็จะมีรุ่นย่อยๆ แตกออกไปอีก เช่น Classic, Touring, Sport, Standard ฯลฯ  แต่ Spec ที่นำมาแสดงนี้จะเป็นของรุ่น Standard 9 Speed Birdy Gen3 Standard 9 Speed Birdy G3 Specification Frame New Birdy Monocoque Disc Brake Version Fork New Birdy spring suspension Disc Brake Version Color matte charcoal / glossy white / glossy lime / space blue / tangerine Head Sets Semi integrated 1-1/8" BB Parts 68/113mm steel axle Seat Post Birdy SP61R.1 34.9mm hard anodized w/ laser scale Tire CST 18x1.5" 90psi kevlar inside w/reflective sidewall Rim Alex DA16 black anodized Hub F: Birdy 32H / R: Shimano Alivio 32H Chainwheel Birdy 52T w/ double CG Freewheel Shimano CS-HG400 9speed 11~32T Derailleur Shimano Sora for flat handlebar 9speed right only Shifter Shimano Alivio 9speed right only

Touring Bike - จักรยานทัวร์ริ่งในแนวของผมเอง

รูปภาพ
ผมเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน โดยตอนแรกๆ ก็เป็นการปั่นจักรยานโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสุขภาพ ลดน้ำหนักกายเท่านั้น พอปันไปเรื่อยๆ ก็เริ่มซึมซับภาพต่างๆ ของ 2 ข้างทาง ที่เป็นอีกมุมหนึ่งของชีวิตที่ตัวผมเองไม่เคยเห็น แม้ว่าเส้นทางดังกล่าวจะอยู่ใกล้ๆ บ้านผมเอง ซึ่งผมเองรู้จักมาเป็นสิบๆ ปี แต่ไม่เคยใส่ใจและไม่เคยที่จะสังเกตุ ที่สำคัญที่สุดสำหรับผมในการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานก็คือ ผมไม่ชอบปั่นในเส้นทางเดิมๆ ซ้ำๆ กันนานๆ เพราะมันน่าเบื่อ เช่นการปั่นรอบสนามบิน หากให้ปั่นกันจริงๆ ก็อาจจะปั่นได้ในครั้ง หรือ สองครั้งแรก เท่านั้นเพราะเมื่อไรที่เส้นทางเริ่มคุ้นตา ผมก็เริ่มที่จะไม่อยากจะปั่นต่อแล้ว และนี่คงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมสนใจการปั่นจักรยานในแบบทั่วรริ่ง เพราะผมไม่ได้ปั่นแข่งกับใคร แต่เป็นการปั่นเพื่อสุขภาพ และความสุขของตัวเอง หาแนวของตัวเอง เมื่อผมเริ่มสนใจผมก็เริ่มศึกษาหาข้อมูลให้เยอะขึ้น ก็พบว่าข้อมมูลเกี่ยวกับ touring bike นั้นยอะมาก และ มีผู้นิยามเอาใว้หลากหลายประเภท เช่น Light Touring, Full Load Touring, Credit Card Touring, Bike Packing และ อีกมากมาย แล้วแต่จ

Shore Bag : ความงาม กับ การใช้งาน ที่ไปด้วยกันไม่ได้

รูปภาพ
เมื่อปีที่แล้วผมซื้อกระเป๋าติดจักรยาน Shore จาก Tyro Bike หาดใหญ่มาใช้ เพราะเห็นว่ามันสวยดี และน่าจะเข้ากันกับรถ Dahon Boardwalk ของผม พอผมเห็นรูปจากร้าน Tyro Bike ผมตกหลุมรักในกระเป๋านี้เมื่อแรกเห็นเลยครับ เพราะติดรถพับของ Dahon ได้เข้ากันอย่าเหมาะเหม๋งเลย หลังจากที่ผมได้สินค้ามาแล้ว ผมขอบอกว่า Shore Bag เป็นกระเป๋าใส่กล้องที่หนานุ่มดีครับ แต่ผมมีความรู้สึกว่าเขาทำมาให้ใช้กับอานยี่ห้อ Brook เท่านั้นมั้งเพราะอานยี่ห้อ Brook มีหูสำหรับร้อยเข็มขัดที่ใช้ยึดกับเบาะรถ หากคุณใช้อานยี่ห้ออื่นๆ คุณจะใช้ไม่ได้เลยหากไม่มีการดัดแปลงเล็กๆน้อย หรือ หาซื้อ rack สำหรับกระเป๋ามาติด (สรุปยังไงก็เสียตังค์เพิ่ม) ผมซื้อมาใช้กับ Dahon ได้ประมาณ 1 เดือนก็ถอดเลย เพราะลักษณะการใช้งานไม่ถูกจริตของผมเอามากๆ เนื่องจากฝาปิดกระเป๋าเป็นแบบเข็มขัด หากต้องขี่รถเพื่อจอดถ่ายรูปบ่อยๆ เป็นอะไรที่น่ารำคาญมาก เพราะผมต้องมานั่งร้อยรูเข็มขัดทุกครั้งที่ เปิด-ปิด ฝากระเป๋าซึ่งเสียเวลามาก Carabiner หรือพวงกุญแจตัวเล็กคืออุปกรณ์พิเศษที่ถูกที่สุดที่ผมใช้เกี่ยวติดกับโครงเบาะรถ Dahon Boardwalk ของผม ซึ่งผมได้มาจากร้าน

เมื่อ Dahon Boardwalk D7 เปลี่ยนชุดขับ เป็น Dahon Boardwalk D20

รูปภาพ
เดิมทีนั้นผมขี่รถจักรยานจำพวกเสือภูเขามาก่อน เนื่อจากเชียงรายมีสภาพถนนที่เป็นเนินก็หลายจุด แต่พอตอนหลังผมหันมาเล่นรถพับ ซึ่งมีเพียง 7 สปีด ก็เลยทำให้เกิดความรู้สึกที่อึดอัดมาก ก็เลยมีความคิดที่อยาจะอัพเกรดชุดขัยเคลื่อน แต่พอไปถามบนบอร์ด และหน้าแฟนเพจต่างๆ ก็ไม่มีใครตอบผมได้อย่างชัดเจนสักราย บางรายดีหน่อยก็ตอบแบบกั๊กๆ ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันจะกั๊กความรู้เอาใว้ทำไม ผมก็เลยต้องถามหลายที่ และ หลายครั้ง เพื่อรวบรวมข้อมูลเอามปะติดปะต่อเอาเองว่าต้องทำอะไรกับรถ Dahon Boardwalk D7 บ้างในอันที่จะแปลงร่างเป็น D20  เอาเป็นว่าผมขอแชร์ประสพการณ์แบบบ้านๆ ละกันนะครับสำหรับคนที่คิดอยากจะอัพเกรดระบบขับเคลื่อน แต่บอกก่อนะว่าผมก็ใช่ว่าจะมีประสพการณ์อะไรกันมากมายนัก คำตอบของผมไม่มีหลักวิชาการอะไรทั้งสิ้นมาจาก ความรู้สึก และอารมย์ล้วนๆ เพราะมีอะไหล่หลายตัวเปลี่ยนเพราะความชอบนะครับ

วัดรอบขา Cadence Sensor iGPSPORT + Bryton Rider 10

รูปภาพ
สำหรับรถ Dahon Boardwalk D20 ของผมปกติผมจะใช้ไมล์วัดความเร็วยี่ห้อ Bryton Rider 10 ซึ่งเป็น GPS Bike Computer ในชุดที่ผมซื้อมาจะมีตัววัดรอบขาของ Bryton มาให้ด้วย แต่หลังจากนำเอารถจักรยานไปลุยยอดดอยมาปรากฎว่าตัว Cadence Senor หรือ วัดรอบขามันหลุดหายไป แต่เครื่องวัดความเร็วของผมก็ยังใช้งานได้ตามปกติครับ แต่ที่มันตะหงิดๆ นิดๆ ก็คือข้อมูลด้านรอบขาหายไป ซึ่งจริงแล้วผมเองก็ไม่ค่อยได้ใช้ข้อมูลนั้นสักเท่าไร (ว่ากันจริงๆเลยนะ) แต่ปัญหาคือผมรู้สึกว่าหน้าจอมันว่างๆ เหมือนอะไรขาดหายไป หากเป็นรถยนต์ก็คงเป็นรถที่มีแต่มาตรวัดความเร็ว แต่มาตรวัดรอบหายไปแบบนั้นแหละ คือมันเป็นความรู้สึกของความไม่ครบ ไม่เต็มร้อยว่างั้นเถอะ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่เกี่ยวกับการขับขี่เลย Cadence Sensor iGPSPORT รุ่น C61  

ไมล์วัดความเร็ว INBIKE 321

รูปภาพ
ผมได้ซื้อไมล์วัดความเร็ว INBIKE 321มาจาก eBay เนื่องจากราคาไม่แพง และ จอใหญ่ดี คุณภาพของสินค้าก็จัดว่าใช้ได้สมราคาครับ รุ่นนี้เป็นรุ่น Wireless ด้วยคือไม่ต้องเดินสายใฟจาก magnet sensor ตรงล้อหน้าให้แลดูรกหูรกตา

Dahon Boardwalk D7 - ลุยดอย

รูปภาพ
แมวภูเขา 🚵‍♀️ จากทีสูงมองลงไปเบื้องล่างมันคือความสุขที่ได้มา ณ.ที่ ความสูง 476ม. เหนือระดับน้ำทะเล บางทีการที่ได้มายืนในจุดที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ก็ทำให้เรามีความสุขได้เช่นกัน แล้วทำไมเราต้องเหมือนกับคนอื่นล่ะ?  บนเส้นทางที่เป็นภูเขา ทางดิน หินลอย ตามปกติแล้วผมจะใช้รถเสือภูเขาล้อขนาด 26" ในการเดินทาง แต่ครั้งนี้ผมเปลี่ยนมาใช้รถพับ Boardwalk บางคนอาจจะว่าผมบ้า ผมเคยเขียนไปในกลุ่มทัวร์ริ่งหนึ่งว่า...อยากไปใหนมีรถอะไรก็เอาไปเถอะ มีรถแม่บ้านก็ไปได้เพียงแต่คุณต้องมั้นใจว่าคุณช่วยเหลือตัวเองได้ ก็มีพวก ติ่งทัวร์ริ่ง ออกมาแย้งว่า ไม่ได้นะ ❌ ต้องเป็นรถทัวร์ริ่งที่เขาสร้างมาโดยเฉพาะเท่านั้น บ้างก็ว่าต้องเป็นรถพับ KHS เท่านั้น อันที่จริงผมอยากบอกว่า "คนที่ประสพความสำเร็จ🏁 ส่วนใหญ่มักมาจากสภาพที่ไม่พร้อม พวกที่รอให้ทุกอย่างพร้อมมักไม่ค่อยได้ไปใหน"

Dahon Boardwalk D7 - แต่งเติมเสริมสวย

รูปภาพ
หลังจากที่ใช้ Dahon Boardwalk มาได้สักพักหนึ่งก็เข้าสู่หน้าฝน ปัญหาหนึ่งที่ผมเจอก็คือน้ำขี้โคลนดีดโดนหลังครับ สกปรกเลอะเทอะเสื้อผ้า ทั้งหลักอานและใต้เบอะไปหมดครับ อย่ากระนั้นเลยลองมาแต่งองค์ทรงเครื่องกันหน่อยโดยการติดบังโคลน และใส่ตะแกรงหน้าหลังเข้าไปเพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นการทำงานเวลาไปจ่ายตลาดด้วย ซึ่งรายละเอียดมีดังต่อไปนี้

ของเล่นใหม่ - Dahon Boardwalk D7

รูปภาพ
หลังจากที่ขี่จักรยานมาพักใหญ่ สิ่งที่เตะตาผมก็คือรถจักรยานพับเพราะมันดูแปลกดาดี ยิ่งดูนานๆ เข้า เออ..มันก็สวยดีนะ ทำให้เกิดความอยากได้เพราะตอนเด็กๆ ผมฝันอยากได้จักรยาน BMX มากครับแต่ก็ไม่มีเงินซื้อ เพราะพ่อแม่เองก็ยังลำบาก ดังนั้นในสมัยเรียนก็ได้แต่ยืมเพื่อนขี่ ผมอยู่ใน กทม. ผมเห็นมีคคนใช้จักรยานพับเยอะมาก แต่พอมาที่เชียงรายแล้วกลับไม่ค่อยจะเห็นจะมีก็แต่เสือภูเขา และ เสือหมอบ อาจจะเป็นเพราะจักรยานพับเหมาะกับสังคมเมือง ที่เน้นให้ความคล่องตัวสูง เพราะต้องใช้การขนส่งหลาย mode เช่นขึ้นรถไฟฟ้า แล้วนำจักรยานขึ้นไปด้วย แต่ในความเป็นจริง ผมก็ไม่ค่อยจะเห็นใครหิ้วขึ้นรถไฟฟ้าในชั่วโมงเร่งด่วนนะ เข้าใจว่าคนขี่จักรยานส่วนมากจะออกก่อนคนอื่นๆ เสมอ เอาละ รถที่ต้องตาต้องใจผมมากตั้งแต่แรกเห็นก็คือ Dahon Boardwalk D7 ครับเพราะหุ่นมันเป็นท่อกลมเล็กเรียวเพรียวลมดี ดูเหมือนจักรยานรุ่นเก่าๆ พอไปเห็นตัวจริงเข้ายิ่งหลงรักเพราะงานออกมาดูสวยเรียบร้อย และวัสดุอะไรต่างๆ ก็ดูดีมาก เฟรมรถรุ่นนี้เป็นโครโมลี่ (ท่อเหล็กน้ำหนักเบา ยืดหยุ่นสูง)  ผมเคยไปดูจักรยานพับมาหลายยี่ห้อส่วนใหญ่ก็เป็นระดับกลางๆ ไปล่างๆ ดูแล้วมั

Suzuki Van Van RV125 - ไปไต่ยอดฟ้าที่พงสาลี - 5

รูปภาพ
จากตอนที่แล้ว   เมื่อคืนนี้ได้นอนในห้องที่สะอาด และเหนื่อยมาทั้งวัน ทำให้ผมหลับได้สนิทมาก และเช้านั้ผมตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นกว่าทุกวัน เพราะวันนี้เป็นวันที่ 5 (22 November 2015) ของการเดินทาง ซึ่งวันนี้ผมต้องกลับบ้านแล้วครับ และเหมือนเช่นทุกวันคือ เช้าวันนี้ผมต้องมาเดินเที่ยวในตัวเมืองและ ชมตลาดปากแบงก่อนที่จะกลับ ผมมาเดินตลาดตั้งแต่ หกโมงเช้า เพื่อให้แน่ใจว่าตลาดจะไม่วายก่อน ก็เฉกเช่นเดียวกับตลาดใน สปป.ลาวทั่วไป สินค้าก็มีเหมือนๆ กัน แต่ตลาดที่นี่แลดูพิเศษกว่าที่อื่นๆหน่อยคือ ตัวตลาดจะอยู่ติดภูเขา ซึ่งมองดูแล้วก็สวยสบายตาดีครับ ผมไม่รู้ว่าที่นี่เป็นหมู่บ้าน หรือ อำเภอปากแบง แต่ที่รู้ก็คือที่นี่อยู่ในออ้มกอดของขุนเขา และสายหมอก

Suzuki Van Van RV125 - ไปไต่ยอดฟ้าที่พงสาลี - 4

รูปภาพ
จากตอนที่แล้ว วันนี้ก็จะเป็นวันที่ 4 (22 November 2015) ของการเดินทางแล้วครับ วันนี้ผมตื่นแต่เช้าเพื่อมาเดินออกกำลังกายเล็กๆน้อย ประมาณ 45 นาทีรอบๆ โรงแรม และเพื่อที่จะให้มีเวลาเหลือพอที่จะเก็บข้าวของเพื่อเดินทางกลับ และก็เหมือนกับทุกๆครั้ง และ ทุกๆที่ๆ ผมเดินทางไป ผมมักจะแวะตลาดสดของเมืองนั้นๆ ในยามเช้าเพราะที่นี่เราจะได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนได้ชัดเจน ซึ่งบ่อยครั้งทำให้ผมคิดถึงความหลัง และช่วงเวลาดีๆ ที่ผมได้อยู่กับแม่ เพราะผมเองเป็นคนที่โตมากจากตลาดสดเชียงรายมาก่อน และสภาพของตลาดสดใน สปป.ลาว หลายที่ ก็มีสภาพที่ไม่แตกต่างจากตลาดเทศบาลเชียงรายในอดีตมากนัก และที่สำคัญที่สุดคือ ผมถือว่าทั้งเป็นการสำรวจตลาดด้วยเนื่องจากครอบครัวของผมเองก็เป็นผูผลิตสินค้าบริโภคเช่นกัน ผมเดินทางออกจากโรงแรมแบบสบายๆ ในเวลาเจ็ดโมงนิดหน่อย ขี่รถชมเมืองแบบเนิบๆ มาถึงตลาดก็ประมาณ 07:25 แล้วครับ ผิดคาดครับ...ผมคิดว่าตลาดน่าจะยังคึกคัก แต่กลับกลายเป็นช่วงที่ตลาดเริ่มจะวายแล้ว เพราะชีวิตที่นี่จะเริ่มตั้งแต่ตี 4 และจะคึกคักกันในราว05.00-06.30 แล้วคนก็จะค่อยๆลดน้อยลงไป แต่กระนั้นก็ยังมีสินวางขายให้เห็นอยู่ครับ

Suzuki Van Van RV125 - ไปไต่ยอดฟ้าที่พงสาลี - 3

รูปภาพ
จากตอนที่แล้ว  วันที่ 3 ของการเดินทาง (21 November 2015) หลังจากที่ผมรับประทานอาหารในตลาดเสร็จก็ได้ฤกษ์อำลาเมืองขวาเสียที อันที่จริงเมืองขวามนี้เป็นเมืองที่นักบิดชาวไทยนิยมมาพักก่อนเดินทางต่อไปยังชายแดนเดียนเบียนฟู บางคนก็เอารถมอเตอร์ไซค์ฝากใว้กับทางโรงแรมที่นี่เลย แล้วตัวเองก็เดินทางต่อไปด้วยรถบัสข้ามไปเวียดนามด้วยเหตุที่ทางเวียดนามไม่อนุญาตให้รถจากไทยข้ามไป ผมออกเดินทางจากมืองขวาในราว 09.00น. เป็นการเดินทางย้อนกลับไปจนถึงแยกปากน้ำน้อย ที่เราได้ขี่รถผ่านมาเมื่อวานนี้ และเราก็จะเดินทางต่อไปบนเส้นทางที่ขึ้นเขาราวๆ 200 กม. ซึ่งผมใช้เส้นทาง เมืองขวา - แยกปากน้ำน้อย - บุนเหนือ - บ้านเดื่อ - บุนใต้ - พงสาลี ซึ่งผมใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง มาแบบเรื่อยๆ มาเรียง เพราะต้องการซึมซับความสวยงามระหว่างทางมากกว่าการเร่งให้ถึงจุดหมาย สะพานแขวนแสนสวย ระหว่างทางเมืองขวา สู่ ปากน้ำน้อย

Suzuki Van Van RV125 - ไปไต่ยอดฟ้าที่พงสาลี - 2

รูปภาพ
จากตอนที่แล้ว : วันนี้คือวันที่ 20/11/2015 หรือวันที่สองของการเดินทางในลาว วันนี้ผมตื่นเช้าเป็นพิเศษเนื่องจากมีโปรแกรม ไปเดินดูสินค้าในตลาด และขึ้นไปสักการะองค์พระธาตุหลวงน้ำทา ก่อนเดินทางออกจากเมือง ซึ่งผมก็ได้ทำตามโปรแกรมที่วางใว้ แล้วออกจากเมืองหลวงน้ำทาในราวๆ สิบโมง เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองอุดมไชย ซึ่งก็ต้องรีบนิดนึงเพราะผมไม่ต้องการไปติดขบวนรถบรรทุกสินค้าที่มาจากจีน เนื่องจากเส้นทางจากหลวงน้ำทาไปยัง อุดมไชยนั้นเป็นเส้นทางภูเขาสูงชันพับไปพับมา หากติดขบวนรถบรรทุกแล้วละก้อ แซงยากมากครับ ซึ่งผมก็คาดการณ์ได้ถูกเพราะในวันนั้นผมเจอรถบรรทุกที่มาจากชายแดนจีนน้อยมาก ผมมาถึงเมืองอุดมชัยก็ประมาณบ่ายโมงกว่าแล้ว จึงตัดสินใจต่อไปที่เมืองขวาซึ่งทีแรกผมคิดว่าจะไปให้ถึง เดียนเบียนฟูไปเลย แต่มีคนเขาแนะนำว่าให้นอนเสียที่เมืองขวาจะดีกว่า เพราะหากไปเดียนเบีนฟู แล้วย้อนกลับมาที่เมืองขวาอีก เขาเกรงว่าจะไปมืดกลางทางเสียก่อนซึ่งชาวบ้านแถวนั้นเขาไม่แนะนำ ผมเลยต้องหาที่หลับนอนในเมืองขวานั่นแหละครับ อืมม์...เมืองขวาจริงๆ ก็ไม่เลวนะครับ บรรยากาศดีมากครับ กาแฟยามเช้าถ้วยแรกในห้องของผมครับ เป็นกาแฟไทยท

Suzuki Van Van RV125 - ไปไต่ยอดฟ้าที่พงสาลี - 1

รูปภาพ
ทริปนี้เป็นทริปที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤกษจิกายน 2558 แล้วครับ แต่ตัวผมเองก็ไม่ค่อยจะมีเวลามากนักในการเขียน Blog เนื่องจากภาระกิจหลายๆ อย่าง ช่วงนี้พอจะมีเวลาอยู่บ้างก็เลยคิดว่าค่อยๆ เขียนเรื่องราวที่ผ่านมาดีกว่าก่อนที่ความทรงจำดีๆ จะเลือนหายไปจากสมอง ทริปนี้เป็นทริปการเดินทางส่วนตัวคนเดียว ซึ่งการเดินทางใน สปป.ลาว หากเราไม่ประมาท และเร่งรีบเกินไปก็ไม่มีอะไรน่ากลัวเพราะมันอยู่ที่ การเตรียมตัวสำหรับการเดินทางเพียงลำพัง   ผมมีแรงบัลดาลใจจากการที่อยากไปสัมผัสกับความหนาวของเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของลาวครับ "พงสาลี" เป็นแขวงที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศลาวซึ่งหากดูตามแผนที่ให้ดีแล้ว มันเป็นเหมือนติ่งของแผ่นดินที่ยื่นเข้าไปในประเทศจีน และเวียดนาม เส้นทางที่ผมเดินทาง

การเตรียมตัวสำหรับการเดินทางคนเดียวใน สปป.ลาว

รูปภาพ
ตัวผมเองแล้วเป็นคนที่ชอบไปใหนมาใหนเพียงลำพัง ด้วยเหตุที่ว่าคล่องตัวดี และไม่ต้องให้ใครมาคาดหวังอะไรในตัวผมมากนักโดยเฉพาะเรื่องของเวลา แต่ก็ไม่วายที่จะมีคนมาถามผมว่าไม่กลัวเหรอสำหรับการเดินทางเพียงลำพัง ซึ่งผมมองว่าไม่มีอะไรที่น่ากลัวหาากเรามีการเตียมตัวมาาดี มีสุภาษิตของอังกฤษเขาบอกว่า "Well plan is half done" ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เสียด้วย แผนที่...จุดเริ่มต้นของข้อมูล

Kawasaki KSR 110 - จากเชียงรายสู่วังเวียง

รูปภาพ
อันที่จริงทริปนี้ผมไปมาเมื่อเดือน ตค. 2557 และผมได้เขียนลง Blog ของผมไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ด้วยความที่ต้องการจัดระเบียบของข้อมูลบน blog ใหม่ก็บังเอิญไปลบข้อมูลอันสำคัญเข้าก็เลยต้องมาเขียนใหม่ด้วยความทรงจำที่เริ่มจะเลือนลาง ทริปนี้เป็นทริปแรกของผมที่เดินทางด้วยรถมอเตอรไซค์ และไปกับเพื่อนใหม่ทั้งทริป ซึ่งการเดินทางของผมเริ่มจากบ้านของผมเองใน อ.เมือง จ.เชียงราย แต่มีเพื่อนในกลุ่มบางส่วนก็ ออกจาก นครพนมบ้าง กทม. บ้าง หรือ แม้กระทั่งอุดรธานี ก็มี เส้นทางนี้ใช้เวลาในการเดินทาง 6 วัน รวนระยะทาง ประมาณ 1400 กว่ากิโลเมตร ซึ่งเส้นทางเริ่มจาก เชียงราย-ห้วยทราย-หลวงน้ำทา-อุดมไชย-หนองเขียว-หลวงพระบาง-วังเวียง-ไชยะบุรี-เมืองเงิน-ห้วยโก๋น-เชียงกลาง-สองแคว-เชียงคำ-เชียงราย เส้นทางที่วิ่ง

การท่องเที่ยวในแนว Slow Tourism

รูปภาพ
ตามปกติผมมักจะติดตามเว็ปที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นพันทิพ หรือ เทรคกิ้งไทย และเว็ป นสพ. ต่างๆ เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และเมื่อเร็วๆนี้ผมได้พบกับคำศัพท์ใหม่คือ Slow Tourism ซึ่งมันเป็นการท่องเที่ยวอีกแนวหนึ่งที่มีแนวโน้มว่าน่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นในอนาคต สาเหตุที่การท่องเที่ยวแบบนี้สะดุดตาของผมขึ้นมาก็เพราะมันเหมาะกับนิสัยของผมมากกว่า การท่องเที่ยวในลักษณะ Commercial Tourism หรือชะโงกทัวร์ ที่เป็นการท่องเที่ยวในลักษณะเร่งรีบ และต้องตื่นแต่เช้าเพื่อวิ่งตามธงของไกด์ทัวร์ เพื่อให้ทันโปรแกรมการท่องเที่ยวที่ทัวร์เขาจัดให้ แต่ในรายละเอียดแล้วแทบจะไม่ได้อะไรเลย